การเคหะแห่งชาติ แจงละเอียดจ้าง ‘ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10’ โปร่งใส ส่งทีมวิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญตรวจสอบเข้ม ยันทุกโครงการแข็งแรง มั่นคง ปลอดภัย การันตีโดย มจธ. สถาบันเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย และโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดภูเก็ต
จากการที่ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.กทม. พรรคประชาชน แถลงต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2568 กรณีมีหลายโครงการรัฐที่ทำร่วมกับบริษัทจีน หรือ ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 ซึ่งเป็นผู้สร้างอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) โดยหนึ่งในนั้นมีโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 2 อาคาร A1 และโครงการเคหะชุมชนและบริการชุมชนหารายได้ จังหวัดภูเก็ต 2 ของการเคหะแห่งชาติ นั้น
นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวชี้แจงข้อเท็จจริงว่า โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 2 อาคาร A1 จัดสร้างเป็นอาคารพักอาศัยสูง 32 ชั้น จำนวน 1 อาคาร รวมทั้งสิ้น 635 หน่วย ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติในหลักการการดำเนินโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง เพื่อรองรับผู้อยู่อาศัยเดิมระยะที่ 2, 3 และ 4 ตามแผนแม่บทโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง (พ.ศ. 2559-2567) เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2561 สถานที่ก่อสร้างตั้งอยู่บริเวณซอยหมอเหล็ง ถนนดินแดง 1 แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ โดยการเคหะแห่งชาติได้ทำสัญญาจ้างเหมาโครงการฯ สัญญาแรกกับกิจการร่วมค้า เอ จี ซี 10 คอนสตรัคชั่น ระหว่าง บริษัท อัครดวงแก้ว เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด กับบริษัท กรีนไทย คอนสตรัคชั่น จำกัด และบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด ตามสัญญาฉบับเลขที่ฟม.1-01/2564 ลงวันที่ 25 ธันวาคม 2563 วงเงินค่าจ้าง 807 ล้านบาท ระยะเวลา 660 วัน เริ่มสัญญาวันที่ 21 พฤษภาคม 2564 และสิ้นสุดสัญญาวันที่ 11 มีนาคม 2566
นอกจากนี้ การเคหะแห่งชาติยังได้ว่าจ้างบริษัท วันแมนเนจเม้นท์ จำกัด เป็นที่ปรึกษาควบคุมงานให้เป็นไปตามรูปแบบและรายการ ซึ่งยึดตามหลักมาตรฐานทางด้านวิศวกรรม รวมถึงตรวจสอบการใช้วัสดุ ที่สำคัญมีการสุ่มทดสอบวัสดุอย่างเข้มงวดทุกขั้นตอน
อย่างไรก็ตาม โครงการก่อสร้างฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 2 อาคาร A1 มีการดำเนินงานตามแผนงานและบริหารงานสัญญาอย่างเป็นระบบ แต่ในช่วงระหว่างการก่อสร้างเกิดการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ทั่วโลก ส่งผลให้งานก่อสร้างล่าช้าไม่เป็นไปตามสัญญา ประกอบกับผู้รับจ้างประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน การเคหะแห่งชาติจึงดำเนินการตามมาตรการของกรมบัญชีกลาง ระเบียบกระทรวงการคลัง และพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 อย่างเคร่งครัด ซึ่งประเมินแล้วคาดว่า ผู้รับจ้างจะไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จตามกำหนด การเคหะแห่งชาติจึงบอกเลิกสัญญา โดยผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติอนุมัติบอกเลิกสัญญาเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2566 ขณะนั้นได้มีการก่อสร้างโครงสร้างไปถึงชั้น 8 และเบิกเงินไปแล้วประมาณ 121 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 14.9
นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเคหะแห่งชาติได้ดำเนินการจัดประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เพื่อดำเนินการก่อสร้างโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 2 อาคาร A 1 อีกครั้ง โดยผู้ชนะการประกวดราคาฯ คือ บริษัท ทีมวิศว์ คอนสตรัคชั่น จำกัด วงเงินค่าก่อสร้างส่วนที่เหลือ 754 ล้านบาท เริ่มสัญญาวันที่ 2 กรกฎาคม 2567 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ซึ่งบริษัท ทีมวิศว์ คอนสตรัคชั่น จำกัด ได้ทำการทดสอบโครงสร้างโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และได้รับการรับรองความมั่นคงแข็งแรง พร้อมรายงานฉบับสมบูรณ์ รวมถึงมีวิศวกรระดับวุฒิวิศวกรเซ็นรับรองให้สามารถเข้าดำเนินการก่อสร้างต่อไปได้
และเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ระหว่างการก่อสร้างไปถึงชั้นที่ 17 เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว ทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีได้เข้ามาตรวจสอบอีกครั้งในวันที่ 30 มีนาคม 2568 เพื่อสร้างความมั่นใจให้ชาวชุมชน พบว่า โครงการดังกล่าวไม่ได้รับผลกระทบ โครงสร้างมีความแข็งแรงสามารถดำเนินการก่อสร้างต่อได้ ส่วนความกังวลของประชาชนที่มีต่อการใช้เหล็กในการก่อสร้าง ขอให้ประชาชนมั่นใจได้ เพราะโครงการนี้เลือกใช้เหล็กจากหลายโรงงาน ซึ่งส่วนใหญ่ใช้เหล็กของ SCG, TATA ส่วน SKY ใช้ในปริมาณน้อย รวมทั้งได้มีการสุ่มตัวอย่างเหล็กของทุกบริษัทมาทดสอบมาตรฐานความแข็งแรงของเหล็ก โดยให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีและสถาบันเหล็กกล้าแห่งประเทศไทยเป็นผู้ตรวจสอบความแข็งแรง ปัจจุบันความก้าวหน้าการก่อสร้างเป็นไปตามแผนงาน คิดเป็นร้อยละ 23
ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวถึงโครงการเคหะชุมชนและบริการชุมชน หารายได้ จังหวัดภูเก็ต 2 ว่า โครงการดังกล่าวตั้งอยู่บริเวณถนน รพช.บ้านป่าคลองชีพ ตำบลเทพกระษัตรี อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เปิดให้มีการจัดประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) โดยมีผู้เสนอราคาที่มีคุณสมบัติและถูกต้องตามเงื่อนไข ซึ่งเสนอราคาต่ำกว่าราคากลาง ได้แก่ กิจการร่วมค้า เอ จี ซี 10 คอนสตรัคชั่น ระหว่าง บริษัท อัครดวงแก้ว เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด กับ บริษัท กรีนไทย คอนสตรัคชั่น จำกัด และบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้รับจ้างดำเนินการก่อสร้าง สัญญาฉบับเลขที่ พก.3-07/2562 ลงวันที่ 9 สิงหาคม 2562 งานจ้างเหมาก่อสร้างทาวน์โฮม 2 ชั้น จำนวน 354 หน่วย พร้อมด้วยระบบ สาธารณูปโภค สาธารณูปการ งานถนน ทางเท้าและท่อระบายน้ำ รั้วรอบโครงการ งานภูมิสถาปัตย์ อาคารนิติบุคคล และอื่นๆ วงเงินค่าจ้างก่อสร้าง 343,200,000 บาท กำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จภายใน 540 วัน เริ่มสัญญาวันที่ 4 กันยายน 2562 และสิ้นสุดสัญญาวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564
“แม้ว่า ที่ผ่านมาจะไม่มีเหตุการณ์แผ่นดินไหวเกิดขึ้นในโครงการดังกล่าว แต่การเคหะแห่งชาติได้ควบคุมดูแลการก่อสร้างอย่างเข้มงวดตามมาตรฐาน และใช้วัสดุตามรายการประกอบแบบสอดคล้องกับระเบียบสำนักนายกว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2560 เรื่องการซื้อการจ้าง การใช้รายการวัสดุก่อสร้างในทุกหมวด ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการพิจารณาเทียบเท่า และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ได้ตามมาตรฐาน มอก.ที่ระบุในแต่ละประเภทวัสดุ หรือ ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากโรงงานที่ได้รับใบอนุญาตผลิตตามมาตรฐาน มอก.เท่านั้น รวมถึงได้นำวัสดุ เช่น เหล็กไปทดสอบมาตรฐานกับทางโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดภูเก็ต ส่วนคอนกรีตนำไปทดสอบกำลังที่แขวงทางหลวงภูเก็ต และนำดินไปทดสอบการรับน้ำหนักของดินที่สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยอีกด้วย”
นายทวีพงษ์ กล่าวว่า ปัจจุบันโครงการเคหะชุมชนและบริการชุมชนหารายได้ จังหวัดภูเก็ต 2 ก่อสร้างแล้วเสร็จ และส่งมอบให้กับผู้อยู่อาศัยเรียบร้อยแล้ว โดยการเคหะแห่งชาติให้ผู้อยู่อาศัยเข้าตรวจสอบบ้านและแจ้งซ่อมได้ทันทีหากพบข้อผิดพลาด และการเคหะแห่งชาติจะเร่งดำเนินการซ่อมแซมให้เรียบร้อยก่อนเข้าอยู่อาศัย
“การเคหะแห่งชาติมิได้นิ่งนอนใจในความห่วงใยของคณะกรรมาธิการสวัสดิการทางสังคม และใส่ใจในความกังวลของพี่น้องชาวชุมชนภูเก็ต จึงเร่งประสานงานให้ รองศาสตราจารย์ เอนก ศิริพานิจกร กรรมการสภาวิศวกร รวมทั้งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีเข้าร่วมตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงอีกครั้งหนึ่งอย่างเร่งด่วนต่อไป เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้อยู่อาศัยในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งการเคหะแห่งชาติเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จะดูแลชาวชุมชน ตามวิสัยทัศน์ สร้างบ้าน สร้างสุข เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี” นายทวีพงษ์ กล่าวในที่สุด