ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ เศรษฐกิจ การลงทุน หุ้น อสังหาริมทรัพย์ ไอที-เทคโนฯ รถยนต์ ท่องเที่ยว ต่างประเทศ รวดเร็วสดใหม่ทุกวัน
บลจ.แอสเซท พลัส ชู ‘ไต้หวัน’ หัวใจ AI Supply Chain โลก ส่งกองทุน ASP-TAIWAN เปิดโอกาสลงทุนรับการเติบโตของ Tech Ecosystem

บลจ.แอสเซท พลัส มอง “ไต้หวัน” เป็นหนึ่งในตลาดหุ้นที่น่าจับตามองท่ามกลางการเติบโตของ Artificial Intelligence (AI) จากบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีโลก ตั้งแต่ Semiconductor, Advanced Packaging ไปจนถึง AI Server และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง พร้อมเตรียมเปิดตัว กองทุนเปิด แอสเซทพลัส ไต้หวัน อิควิตี้ (ASP-TAIWAN) เพื่อเพิ่มทางเลือกให้นักลงทุนเข้าถึงโอกาสการเติบโตของบริษัทชั้นนำในไต้หวันที่อยู่เบื้องหลังการขยายตัวของ AI ทั่วโลก
บลจ.แอสเซท พลัส มองว่า การเติบโตของ AI ไม่ได้สร้างโอกาสเฉพาะบริษัทผู้พัฒนาโมเดลหรือแพลตฟอร์ม AI เท่านั้น แต่กำลังส่งผ่านมายังอุตสาหกรรมต้นน้ำและโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการประมวลผลข้อมูล โดยเฉพาะอุตสาหกรรม Semiconductor ซึ่งไต้หวันถือเป็นหนึ่งในฐานการผลิตที่สำคัญที่สุดของโลก
หนึ่งในจุดแข็งสำคัญคือ บริษัท TSMC ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาด Semiconductor Foundry ทั่วโลกราว 71% และมีส่วนแบ่งในตลาดชิปขั้นสูง หรือ Leading-edge Market ราว 90% สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของไต้หวันในฐานะฐานการผลิตชิปประสิทธิภาพสูงที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรม AI และเทคโนโลยีแห่งอนาคต
อย่างไรก็ตาม ความแข็งแกร่งของไต้หวันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงผู้ผลิตชิปรายใหญ่ แต่เกิดจาก Tech Ecosystem ที่เชื่อมโยงกันอย่างครบวงจร ตั้งแต่บริษัทออกแบบชิป โรงงาน Foundry ผู้ผลิตเครื่องจักรและวัสดุ ไปจนถึงธุรกิจ Packaging และ Testing โดยมี Science Park สำคัญใน Hsinchu, Central Taiwan และ Southern Taiwan เป็นฐานเชื่อมโยงผู้ประกอบการและบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้เกิดประสิทธิภาพทั้งด้านต้นทุน การประสานงาน และการพัฒนาเทคโนโลยี ซึ่งเป็นความได้เปรียบที่สร้างขึ้นทดแทนได้ยากในระยะสั้น
นอกจากนี้ ภาครัฐไต้หวันยังเดินหน้าสนับสนุนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีผ่านมาตรการอย่าง Taiwan Chips Act ซึ่งให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีแก่การลงทุนด้าน R&D และเครื่องจักรสำหรับกระบวนการผลิตขั้นสูง ควบคู่กับ Taiwan Chip-Based Industrial Innovation Program ที่สนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยี บุคลากร Compute และระบบนิเวศ Chip-AI ในระยะยาว โดยมีกรอบงบประมาณรวม 300,000 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน ระหว่างปี 2024–2033

นายคมสัน ผลานุสนธิ กรรมการผู้จัดการ บลจ.แอสเซท พลัส กล่าวว่า “หุ้นไต้หวันยังมีความน่าสนใจจากแนวโน้มการเติบโตของกำไร โดยข้อมูลBloomberg วันที่ 10 สิงหาคม 2026 คาดการณ์ว่า EPS Growth ของตลาดหุ้นไต้หวันจะอยู่ที่ประมาณ 17% ในปี 2026 และเร่งขึ้นสู่ราว 28% ต่อปีในปี 2027–2028 ขณะที่ระดับ PEG Ratio ยังสะท้อน Valuation ที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับศักยภาพการเติบโตของกำไร และถือนี่เป็นโอกาสที่นักลงทุนจะเข้าถึงโอกาสเติบโตในหุ้นของไต้หวัน เราจึงขายกองทุน กองทุนเปิด แอสเซทพลัส ไต้หวัน อิควิตี้ หรือ ASP-TAIWAN โดยมีการลงทุนประมาณ 80–100% ผ่าน iShares Core MSCI Taiwan ETF (3074 HK) ซึ่งมุ่งสร้างผลตอบแทนตาม MSCI Taiwan 20/35 Index (Net) (USD) และยังเปิดโอกาสให้สามารถลงทุนโดยตรงในบริษัทที่ประกอบธุรกิจในประเทศไต้หวันหรือจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไต้หวันได้ประมาณ 0–20% ทั้งนี้ สัดส่วนดังกล่าวสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาวะการลงทุนและดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน”
“ตลาดหุ้นไต้หวันก้าวขึ้นเป็นตลาดหุ้นขนาดใหญ่อันดับ 5 ของโลก แซงหน้าอินเดีย โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะ TSMC สะท้อนถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของไต้หวันในฐานะหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญของอุตสาหกรรม AI และ Semiconductor ของโลก ขณะที่เม็ดเงินลงทุนทั่วโลกยังคงให้ความสำคัญกับประเทศที่มีบทบาทในห่วงโซ่การผลิต AI Hardwareจุดแข็งของไต้หวันอยู่ที่ระบบนิเวศด้านเทคโนโลยีที่ครอบคลุมตั้งแต่การผลิตชิปขั้นสูง Advanced Packaging และ AI Server ไปจนถึงระบบพลังงานและระบบระบายความร้อน โดยเฉพาะ TSMC ที่มีบทบาทสำคัญในการผลิต AI Accelerator ให้แก่บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลก และมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการเพิ่ม CAPEX ของกลุ่ม Hyperscalers ไต้หวันจึงไม่ได้เป็นเพียง ‘เกาะแห่ง Semiconductor’ แต่กำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและ AI ของโลก ด้วย Tech Ecosystem ที่แข็งแกร่งและยากต่อการทดแทน ประกอบกับการสนับสนุนจากภาครัฐ และแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่มีโอกาสเติบโตตามการลงทุนด้าน AI ทั่วโลก ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ตลาดหุ้นไต้หวันเป็นอีกหนึ่งโอกาสการลงทุนระยะยาวที่น่าจับตามอง” นายคมสัน กล่าวทิ้งท้าย
บลจ.แอสเซท พลัส กองทุนเปิด แอสเซทพลัส ไต้หวัน อิควิตี้ (ASP-TAIWAN) มีกำหนดเปิดเสนอขายครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 25 สิงหาคม – 1 กันยายน 2569 ทั้งนี้ กองทุนมีลักษณะเป็น Feeder Fund ที่ลงทุนในต่างประเทศ โดยมีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน และมีระดับความเสี่ยงอยู่ที่ระดับ 7
Source : Taiwan Business Topics as of March 2019 / Bloomberg / Premia Partners และ iShares
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ บลจ.แอสเซท พลัส โทร 02 672 1111 หรือติดต่อผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อหน่วยลงทุน ที่ท่านใช้บริการ
คำเตือน
• ผู้ลงทุน “โปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน”
• กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม Information Technology จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก
• กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
8446
สงวนลิขสิทธิ์ © 2557 บริษัท เพาเวอร์ ไทม์ มีเดีย จำกัด