ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ เศรษฐกิจ การลงทุน หุ้น อสังหาริมทรัพย์ ไอที-เทคโนฯ รถยนต์ ท่องเที่ยว ต่างประเทศ รวดเร็วสดใหม่ทุกวัน

พาณิชย์ ชี้เป้าส่งออกอาหารสัตว์ผลิตจากธรรมชาติขายสหรัฐฯ รับคนกลัวน้องอ้วน
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เผยผลสำรวจตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯ เห็นแววรุ่ง หลังคนนิยมเลี้ยงสัตว์ ดูแลเหมือนคนในครอบครัว และเป็นห่วงกลัวสัตว์อ้วน ทำให้ความต้องการอาหารคุณภาพสูง อาหารตอบสนองด้านสุขภาพเติบโตสูง ชี้เป็นโอกาสไทย เหตุมีทั้งวัตถุดิบ มาตรฐานการผลิตสูง แนะชูจุดแข็งคุณภาพ ธรรมชาติ ปลอดภัย และใช้ช่องทางออนไลน์รุกตลาด
น.ส.สุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้มอบนโยบายให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่าง ๆ ทำการสำรวจลู่ทางการค้า และโอกาสการส่งออกสินค้าไทยไปยังประเทศที่ประจำอยู่ ตามนโยบายนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
ล่าสุด ได้รับรายงานจาก น.ส.เกษสุรีย์ วิจารณกรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ ถึงการสำรวจตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯ โอกาสและวิธีการในการขยายการส่งออกสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยง และสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงของไทย เจาะเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ
โดยทูตพาณิชย์ได้รายงานข้อมูลว่า ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯ คาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 64.17 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2033 จาก 44.66 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2024 ซึ่งการขยายตัวนี้ได้รับแรงหนุนจากอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี ที่แข็งแกร่งที่ 4.11% ในช่วงระหว่างปี 2025 ถึง 2033
โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของตลาด ได้แก่ การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้เลี้ยงสัตว์เลี้ยง ความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงระดับพรีเมียมและออร์แกนิก ตลอดจนความสนใจที่เพิ่มขึ้นในด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของสัตว์เลี้ยง โดยเจ้าของสัตว์เลี้ยง มีแนวโน้มที่จะจ่ายเงินมากขึ้นสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงคุณภาพสูงและอาหารเฉพาะทางที่ตอบสนองต่อความต้องการด้านสุขภาพ ของสัตว์เลี้ยง เช่น การควบคุมน้ำหนัก การแพ้อาหาร
นอกจากนี้ เจ้าของสัตว์เลี้ยงยังมองว่า สัตว์เลี้ยงเป็นเสมือนสมาชิกในครอบครัว (Pet Humanization) ส่งผลให้เกิดความต้องการที่สูงขึ้นต่อแบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงที่มีคุณภาพสูงและเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เป็นออร์แกนิก ปราศจากธัญพืช หรือสูตรเฉพาะที่พัฒนาขึ้นตามความต้องการด้านสุขภาพของสัตว์เลี้ยง
ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวยังช่วยส่งเสริมการเติบโตของกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงแบบเฉพาะทาง และกูร์เมต์ เนื่องจากเจ้าของสัตว์เลี้ยงยินดีที่จะใช้จ่ายมากขึ้นเพื่อดูแลสุขภาพและยืดอายุขัยของสัตว์เลี้ยงของตน
ขณะเดียวกัน เจ้าของสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯ มีความใส่ใจในสุขภาพของสัตว์เลี้ยงมากขึ้น โดยเฉพาะ ในเรื่องของโภชนาการและคุณค่าทางอาหารของผลิตภัณฑ์ที่เลือกให้สัตว์เลี้ยงบริโภค ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงเชิงฟังก์ชันและโภชนาการเฉพาะทาง ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ด้านสุขภาพเฉพาะ เช่น การควบคุมน้ำหนัก การดูแลข้อต่อ หรือการแพ้อาหาร กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ในปี 2024 ที่ผ่านมา มีครัวเรือนในสหรัฐฯ ถึง 66% หรือประมาณ 86.9 ล้านครัวเรือนที่เลี้ยงสัตว์ โดยแบ่งเป็น 65.1 ล้านครัวเรือนที่เลี้ยงสุนัข 46.5 ล้านครัวเรือนที่เลี้ยงแมว และส่วนอื่น ๆ เลี้ยงปลา สัตว์ขนาดเล็ก และนก
น.ส.สุนันทา กล่าวว่า จากแนวโน้มการเติบโตของตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯ ดังกล่าวว่า เปิดโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมและฟังก์ชันเฉพาะที่ตอบโจทย์เรื่องสุขภาพและโภชนาการ ด้วยจุดแข็งของประเทศไทยในด้านวัตถุดิบธรรมชาติ เช่น ปลา ข้าว และสมุนไพร รวมถึงมาตรฐานการผลิตที่สามารถพัฒนาให้เทียบเท่าสากล ผู้ประกอบการไทยสามารถสร้างความแตกต่างผ่านแบรนด์ที่เน้นเรื่องความเป็นธรรมชาติ คุณภาพ และปลอดภัย สร้างจุดขายให้กับสินค้าไทยได้
ส่วนช่องทางการเข้าสู่ตลาด ควรให้ความสำคัญกับการขายผ่านช่องทาอีคอมเมิร์ซและโมเดล Direct-to-Consumer เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคในสหรัฐฯ ได้โดยตรง และควรให้ความสำคัญกับการรับรองมาตรฐานระดับสากล การติดฉลากที่ชัดเจน และการควบคุมความปลอดภัยของส่วนผสมอย่างเข้มงวด รวมไปถึงการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในตลาดเป้าหมาย เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและยกระดับการแข่งขันในตลาดอย่างยั่งยืน
สงวนลิขสิทธิ์ © 2557 บริษัท เพาเวอร์ ไทม์ มีเดีย จำกัด